หน่วยงานได้รับงบพัฒนาระบบใหม่แล้ว คำถามถัดไปมักมาพร้อมกันหลายข้อ จะจัดซื้อด้วยวิธีใด ต้องทำอะไรในระบบ e-GP บ้างหลังมีหนังสือเวียน ว 714 TOR งานซอฟต์แวร์ต้องเขียนอะไรให้ตรวจรับได้จริง และเมื่อพ้นระยะรับประกันแล้วใครจะดูแลระบบด้วยงบจากไหน

บทความนี้สรุปสำหรับเจ้าหน้าที่ที่วางแผนจัดจ้างพัฒนาระบบ IT ทั้งฝ่ายพัสดุ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และเจ้าของงาน โดยอ้างตัวบทและเอกสารทางการเท่าที่ตรวจสอบได้ ส่วนสาเหตุที่โครงการ IT ภาครัฐไม่สำเร็จ เราสรุปไว้แล้วใน ทำไมโครงการ IT ภาครัฐจึงล้มเหลว จึงไม่ทวนซ้ำในที่นี้

สรุปสั้น: พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 ให้เลือกวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อน ส่วนวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจงใช้ได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 การยื่นข้อเสนอด้วยสองวิธีหลังนี้ต้องทำผ่าน e-GP โดยรายงานข่าวระบุข้อยกเว้น เช่น การจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท งานจ้างที่ปรึกษา และพัสดุที่ใช้ในราชการลับ TOR งานซอฟต์แวร์ควรระบุขอบเขต เกณฑ์ตรวจรับ กรรมสิทธิ์ source code เอกสาร การอบรม ระยะรับประกัน PDPA ความปลอดภัย และที่ตั้งข้อมูล และควรวางแผนงบดูแลระบบของปีถัดไปตั้งแต่ตอนเขียน TOR รายละเอียดวิธีปฏิบัติต้องยืนยันกับเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงานหรือกรมบัญชีกลางทุกครั้ง

หน่วยงานรัฐจัดจ้างพัฒนาระบบ IT ได้ด้วยวิธีใดบ้าง?

พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 55 กำหนดวิธีจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไว้สามวิธี ได้แก่ วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง และมาตรา 56 กำหนดให้หน่วยงานเลือกใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อน เว้นแต่เข้ากรณีที่กฎหมายเปิดให้ใช้วิธีอื่น พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 24 ก วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 และใช้บังคับเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศ

วิธี (มาตรา 55)ใครยื่นข้อเสนอได้ตัวอย่างกรณีที่ใช้ได้ (มาตรา 56 โดยสรุป)
ประกาศเชิญชวนทั่วไปผู้ประกอบการทุกรายที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดเป็นวิธีที่ต้องพิจารณาใช้ก่อน
คัดเลือกเฉพาะผู้ประกอบการที่หน่วยงานเชิญ ไม่น้อยกว่าสามราย เว้นแต่ในงานนั้นมีผู้มีคุณสมบัติครบน้อยกว่าสามรายเช่น ประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้วไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือเป็นงานเฉพาะด้านหรือซับซ้อนที่มีผู้ทำได้จำนวนจำกัด
เฉพาะเจาะจงผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งที่หน่วยงานเชิญมายื่นข้อเสนอหรือเจรจาต่อรองราคาเช่น วงเงินไม่เกินที่กฎกระทรวงกำหนด มีผู้มีคุณสมบัติเพียงรายเดียว กรณีฉุกเฉิน หรืองานต่อเนื่องจากการจัดซื้อเดิม

ตารางนี้ย่อเงื่อนไขของมาตรา 56 ให้เห็นภาพเท่านั้น เงื่อนไขจริงมีรายละเอียดมากกว่านี้ การเลือกวิธีและเหตุผลต้องเขียนไว้ในรายงานขอซื้อขอจ้าง ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบของหัวหน้าหน่วยงาน

วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปแบ่งย่อยอย่างไร?

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนพิเศษ 210 ง วันที่ 23 สิงหาคม 2560) ข้อ 29 ถึง 32 แบ่งวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปเป็นสามวิธีตามลักษณะพัสดุและวงเงิน

วิธีย่อยใช้กับวงเงินตามระเบียบฯ ข้อ 30 ถึง 32
e-market (ข้อ 30)พัสดุที่คุณลักษณะไม่ซับซ้อน หรือสินค้าและบริการที่มีมาตรฐาน และมีรายการอยู่ใน e-catalogเกิน 500,000 ถึง 5,000,000 บาท ใช้การเสนอราคาด้วยใบเสนอราคา เกิน 5,000,000 บาท ใช้การประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-auction)
e-bidding (ข้อ 31)สินค้าหรืองานบริการที่ไม่ได้กำหนดคุณลักษณะไว้ใน e-catalogเกิน 500,000 บาท
สอบราคา (ข้อ 32)หน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตมีข้อจำกัด ทำ e-market หรือ e-bidding ไม่ได้เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท

งานพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการเฉพาะของหน่วยงานโดยทั่วไปไม่ใช่สินค้ามาตรฐานใน e-catalog จึงมักเข้าข่าย e-bidding เมื่อใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป แต่ต้องดูลักษณะพัสดุของแต่ละงานจริง วงเงินในตารางมาจากระเบียบฉบับปี 2560 ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง ก่อนอ้างอิงให้ตรวจข้อความฉบับปัจจุบันที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือกรมบัญชีกลาง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติที่ใช้กับงานจริงให้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงานหรือกรมบัญชีกลางเสมอ

หลังหนังสือเวียน ว 714 วิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจงต้องทำผ่าน e-GP อย่างไร?

ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจงต้องดำเนินการผ่านระบบ e-GP ตั้งแต่จัดทำหนังสือเชิญชวน การยื่นซอง การรับซอง การเปิดซอง จนถึงการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะ โดยมีข้อยกเว้น เช่น การจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท พัสดุที่ใช้ในราชการลับ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องซื้อเฉพาะแห่ง งานจ้างที่ปรึกษา งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง และกรณีอื่นตามแนวทางปฏิบัติ ส่วนขั้นตอนที่เริ่มก่อน 1 ตุลาคม 2569 ให้ดำเนินการตามแนวทางเดิมต่อไป ข้อมูลวันมีผลและข้อยกเว้นส่วนนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวการแถลงของอธิบดีกรมบัญชีกลางเมื่อ 18 กันยายน 2569 ควรตรวจกับหนังสือเวียนฉบับเต็มของกรมบัญชีกลางก่อนใช้งาน

หนังสือที่เกี่ยวข้องคือหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กวจ) 0405.4/ว 714 ลงวันที่ 16 กันยายน 2569 เรื่องแนวทางปฏิบัติการยื่นข้อเสนอโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจงผ่านระบบ e-GP และฉบับคู่กันคือ ว 715 ลงวันที่เดียวกัน เรื่องการอุทธรณ์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ คู่มือที่แนบท้าย ว 714 กำหนดประเด็นที่ทั้งหน่วยงานและผู้ยื่นข้อเสนอควรรู้ดังนี้

  • วิธีคัดเลือก หน่วยงานเชิญผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไม่น้อยกว่าสามรายผ่าน e-GP เว้นแต่มีผู้มีคุณสมบัติครบน้อยกว่าสามราย และต้องคำนึงถึงการไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันของผู้ยื่นข้อเสนอ
  • ช่วงเวลายื่นข้อเสนอ หน่วยงานกำหนดหนึ่งช่วงจากสามช่วง คือ 09.00 ถึง 12.00 น. 13.00 ถึง 16.00 น. หรือ 08.30 ถึง 16.30 น. โดยถือเวลาของระบบ e-GP เป็นเกณฑ์ และต้องคำนึงถึงเวลาที่ผู้ประกอบการใช้เตรียมเอกสาร
  • ยื่นได้ครั้งเดียว ผู้ได้รับเชิญยื่นข้อเสนอผ่าน e-GP ได้เพียงครั้งเดียวภายในเวลาที่กำหนด พ้นเวลาแล้วไม่รับพิจารณา และห้ามร่น เลื่อน หรือเปลี่ยนวันยื่น เว้นแต่กรมบัญชีกลางแจ้งเลื่อนเพราะระบบขัดข้อง
  • เอกสารจำนวนมาก การสาธิต และตัวอย่าง ถ้าเอกสารสาระสำคัญมีปริมาณมากจนนำเข้าระบบได้ยาก หน่วยงานกำหนดให้ผู้ยื่นนำมาส่งที่หน่วยงานภายหลังได้ ทั้งการส่งเอกสารภายหลังและการนำตัวอย่างมาทดลอง ทดสอบ หรือนำเสนองาน ต้องกำหนดวันภายใน 5 วันทำการนับถัดจากวันเสนอราคา และต้องระบุเป็นเงื่อนไขไว้ในหนังสือเชิญชวน
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคแยกต่างหาก ถ้างานต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีหรือคุณสมบัติของผู้ยื่น จนข้อเสนออาจไม่อยู่บนฐานเดียวกัน หน่วยงานกำหนดให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคแยกมาได้ ข้อนี้มีประโยชน์กับงานซอฟต์แวร์ ที่ข้อเสนอแต่ละรายมักต่างกันทั้งสถาปัตยกรรมและวิธีทำงาน
  • การต่อรองราคาและการประกาศผล หากราคาสูงกว่าวงเงิน การต่อรองราคาทำผ่าน e-GP เมื่อหัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบผลแล้ว ให้ประกาศผู้ชนะในระบบของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงาน ปิดประกาศที่หน่วยงาน และแจ้งผู้เสนอราคาทุกรายทางอีเมล

สำหรับการอุทธรณ์ตาม ว 715 รายงานข่าวระบุว่า กรณี e-bidding และวิธีคัดเลือก ให้ยื่นอุทธรณ์ผ่าน e-GP ภายใน 7 วันทำการนับแต่วันประกาศผลในระบบ และระบบจะส่งผลการพิจารณาไปยังอีเมลของผู้อุทธรณ์

ลำดับขั้นตอนตั้งแต่ได้งบจนถึงตรวจรับระบบเป็นอย่างไร?

ลำดับโดยทั่วไปคือ ได้รับความเห็นชอบวงเงิน แล้วประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี ทำร่าง TOR และราคากลาง ทำรายงานขอจ้างเสนอพร้อมร่าง TOR รับฟังความคิดเห็นถ้าเข้าเงื่อนไข เชิญชวนและรับข้อเสนอ พิจารณาผลและประกาศผู้ชนะ ลงนามสัญญา บริหารสัญญาและตรวจรับ แล้วจึงเข้าสู่ระยะรับประกัน ระยะเวลาของแต่ละขั้นขึ้นกับวิธีจัดหา วงเงิน และความพร้อมของเอกสาร บทความนี้จึงไม่กำหนดจำนวนวัน นอกจากที่ตัวบทระบุไว้

  1. ได้รับความเห็นชอบวงเงินและประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี: มาตรา 11 ให้หน่วยงานจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปีและประกาศเผยแพร่ในระบบของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงาน โดยมีข้อยกเว้นบางกรณี และระเบียบฯ ข้อ 11 ระบุว่าหากไม่ได้ประกาศแผนของโครงการใดในระบบของกรมบัญชีกลาง จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนั้นไม่ได้
  2. แต่งตั้งผู้จัดทำร่าง TOR: ระเบียบฯ ข้อ 21 ให้หัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งคณะกรรมการ หรือมอบให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลหนึ่ง จัดทำร่างขอบเขตของงาน รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
  3. กำหนดราคากลาง: มาตรา 4 นิยามราคากลางว่าเป็นราคาที่ใช้เป็นฐานเปรียบเทียบกับราคาที่ผู้ยื่นข้อเสนอเสนอ และต้องจัดซื้อจัดจ้างได้จริง โดยใช้แหล่งที่มาตามลำดับที่มาตรา 4 กำหนด คือ (1) ราคาที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการราคากลาง (2) ฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางจัดทำ (3) ราคามาตรฐานของสำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่น (4) ราคาที่ได้จากการสืบราคาจากท้องตลาด (5) ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในสองปีงบประมาณ และ (6) ราคาอื่นตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานนั้น งานพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการเฉพาะมักต้องดูว่ามีหลักเกณฑ์ตาม (1) หรือไม่ หากไม่มีก็มักใช้การสืบราคาจากท้องตลาด
  4. ทำรายงานขอซื้อขอจ้างเสนอพร้อมร่าง TOR: ระเบียบฯ ข้อ 22 ให้รายงานระบุเหตุผลความจำเป็น ขอบเขตของงาน ราคากลาง วงเงิน กำหนดเวลาที่ต้องใช้พัสดุ วิธีจัดหาพร้อมเหตุผล หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ และข้อเสนออื่น เช่น การแต่งตั้งคณะกรรมการ สำหรับ e-bidding ระเบียบฯ ข้อ 45 ให้เจ้าหน้าที่ทำรายงานนี้แล้วเสนอพร้อมร่าง TOR ต่อหัวหน้าหน่วยงานเพื่อขอความเห็นชอบ
  5. รับฟังความคิดเห็นร่าง TOR ถ้าเข้าเงื่อนไข: มาตรา 59 เปิดให้รับฟังความคิดเห็นร่าง TOR ก่อนประกาศเชิญชวนทั่วไป สำหรับ e-bidding ระเบียบฯ ข้อ 45 ถึง 47 กำหนดว่า เมื่อหัวหน้าหน่วยงานพิจารณารายงานและร่าง TOR แล้ว วงเงินเกิน 500,000 ถึง 5,000,000 บาท ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงาน วงเงินเกิน 5,000,000 บาท ต้องเผยแพร่ร่างเพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยเผยแพร่ในระบบของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ผู้ให้ความเห็นต้องเปิดเผยตัว และหากปรับร่าง ต้องเผยแพร่ใหม่ไม่น้อยกว่า 3 วันทำการและแจ้งผู้ให้ความเห็นทุกรายเป็นหนังสือ
  6. ประกาศเชิญชวนหรือส่งหนังสือเชิญชวน และรับข้อเสนอผ่าน e-GP: ตามวิธีที่เลือก รวมถึงวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจงที่ทำผ่าน e-GP ตามแนวทาง ว 714
  7. พิจารณาผล อนุมัติ และประกาศผู้ชนะ: คณะกรรมการรายงานผลต่อหัวหน้าหน่วยงาน เมื่อเห็นชอบแล้วจึงประกาศผลและแจ้งผู้เสนอราคา จากนั้นผู้ไม่เห็นด้วยกับผลมีช่วงเวลาอุทธรณ์ตามที่กำหนด
  8. ลงนามสัญญา: มาตรา 93 ให้ทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดโดยความเห็นชอบของสำนักงานอัยการสูงสุด หากต้องมีข้อความต่างจากแบบ เช่น ข้อกำหนดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาหรือข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล ทำได้ตามเงื่อนไขในมาตรา 93 ซึ่งบางกรณีต้องส่งร่างให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาก่อน มาตรา 95 ให้สัญญาที่ทำในราชอาณาจักรมีข้อห้ามจ้างช่วง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเป็นบางส่วน และมาตรา 98 ให้ประกาศเผยแพร่สาระสำคัญของสัญญาที่ลงนามแล้ว
  9. บริหารสัญญาและตรวจรับ: มาตรา 100 ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อรับผิดชอบการบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ เกณฑ์ตรวจรับที่เขียนไว้ใน TOR จึงเป็นเครื่องมือหลักของคณะกรรมการชุดนี้
  10. ระยะรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ระเบียบฯ ข้อ 184 และ 185 ให้ผู้ครอบครองพัสดุตรวจสอบความชำรุดบกพร่องภายในระยะรับประกันตามสัญญา และเมื่อพบ ให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานเพื่อแจ้งผู้รับจ้างแก้ไขทันที

TOR งานพัฒนาซอฟต์แวร์ควรมีหัวข้ออะไรบ้าง?

TOR งานซอฟต์แวร์ควรระบุให้ตรวจได้ในเก้าเรื่อง ได้แก่ ขอบเขตงาน เกณฑ์ตรวจรับและ UAT กรรมสิทธิ์ source code และทรัพย์สินทางปัญญา เอกสาร การอบรม ระยะรับประกันแยกจากงานดูแลระบบ PDPA และข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล ความปลอดภัย และที่ตั้งข้อมูลกับสภาพแวดล้อมที่ระบบจะทำงาน นี่คือหัวข้อที่เราแนะนำ ไม่ใช่รายการที่กฎหมายกำหนด เพราะคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตามมาตรา 100 ต้องมีเกณฑ์ที่ชัดเจนในการตรวจรับ และผู้ยื่นข้อเสนอต้องใช้ข้อมูลเดียวกันในการคำนวณราคา

เช็กลิสต์ TOR งานพัฒนาซอฟต์แวร์ภาครัฐเก้าหัวข้อ: 1 ขอบเขตงาน 2 เกณฑ์ตรวจรับและ UAT 3 source code และทรัพย์สินทางปัญญา 4 เอกสารส่งมอบ 5 การอบรม 6 ระยะรับประกันแยกจาก MA 7 PDPA และข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล 8 ความปลอดภัย 9 ที่ตั้งข้อมูลและสภาพแวดล้อม พร้อมหมายเหตุให้ยืนยันหลักเกณฑ์กับเจ้าหน้าที่พัสดุหรือกรมบัญชีกลาง
เช็กลิสต์ที่เสนอในบทความนี้ ไม่ใช่แบบฟอร์มทางการ · แตะภาพเพื่อเปิดขนาดเต็ม
หัวข้อใน TORสิ่งที่ควรระบุถ้าไม่ระบุ มักเกิดอะไร
ขอบเขตงานกลุ่มผู้ใช้ กระบวนการที่ระบบต้องรองรับ ระบบที่ต้องเชื่อม และข้อมูลที่ต้องย้ายผู้ยื่นแต่ละรายตีความขอบเขตต่างกัน ราคาเทียบกันไม่ได้
เกณฑ์ตรวจรับและ UAT"ถือว่าเสร็จเมื่อ..." ของแต่ละงวดงาน ผู้ทดสอบฝั่งผู้ใช้ และชุดข้อมูลทดสอบคณะกรรมการตรวจรับไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนในการตัดสินว่างานแต่ละงวดเสร็จหรือไม่
Source code และทรัพย์สินทางปัญญาสิทธิในงานที่พัฒนาขึ้น การส่งมอบ repository พร้อมประวัติ สคริปต์ build และ deploy และรายการ license ของส่วนประกอบภายนอกได้ระบบที่รันได้ แต่แก้ไขหรือเปลี่ยนผู้ดูแลไม่ได้
เอกสารคู่มือผู้ใช้ คู่มือผู้ดูแลระบบ เอกสารสถาปัตยกรรม API และขั้นตอนกู้คืนระบบความรู้อยู่กับผู้รับจ้างรายเดิมเท่านั้น
การอบรมกลุ่มผู้เข้าอบรม จำนวนรอบ และเกณฑ์ว่าเจ้าหน้าที่ทำงานหลักได้เองแล้วระบบเปิดใช้แต่เจ้าหน้าที่ยังกลับไปใช้กระดาษ
ระยะรับประกันกับ MAระยะรับประกันความชำรุดบกพร่อง สิ่งที่อยู่และไม่อยู่ในการรับประกัน และแผนดูแลหลังพ้นระยะรับประกันคาดหวังไม่ตรงกันว่างานปรับปรุงและอัปเดตอยู่ในการรับประกันหรือไม่
PDPA และ DPAประเภทข้อมูลส่วนบุคคล บทบาทผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูล และข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลแนบสัญญาผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลจริงระหว่างทดสอบหรือดูแล โดยไม่มีข้อตกลงกำกับ
ความปลอดภัยมาตรฐานหรือเกณฑ์ที่ใช้ทดสอบ การทดสอบช่องโหว่ก่อนเปิดใช้ การจัดการสิทธิ์และ logแต่ละรายใช้มาตรฐานของตัวเอง ซึ่งอาจต่ำกว่าที่หน่วยงานต้องการ
ที่ตั้งข้อมูลและสภาพแวดล้อมระบบจะรันที่ไหน เช่น ศูนย์ข้อมูลของหน่วยงานหรือคลาวด์ ใครจัดหาและจ่ายค่าโครงสร้างพื้นฐานราคาไม่รวมค่า hosting หรือย้ายระบบไม่ได้เมื่อจบสัญญา

ขอบเขต เกณฑ์ตรวจรับ และ UAT

เขียนขอบเขตจากกระบวนการงานและผู้ใช้ ไม่ใช่จากรายการหน้าจอ แล้วผูกเกณฑ์ตรวจรับกับงวดงานแต่ละงวด เพราะมาตรา 100 ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุรับผิดชอบทั้งการบริหารสัญญาและการตรวจรับ เกณฑ์ที่วัดได้จึงช่วยทั้งคณะกรรมการและผู้รับจ้าง ระบุว่าใครเป็นผู้ทดสอบฝั่งผู้ใช้งานจริง ใช้ข้อมูลชุดใดทดสอบ และเมื่อพบข้อบกพร่องระดับใดจึงถือว่ายังไม่ผ่าน วิธีเตรียมขอบเขตและเกณฑ์ตรวจรับแบบละเอียดดูได้ใน เช็กลิสต์เตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคาพัฒนาซอฟต์แวร์

Source code เอกสาร และการอบรม

ระบุให้ชัดว่าหน่วยงานได้รับอะไรเมื่อจบงาน ได้แก่ source code พร้อมประวัติการแก้ไข สคริปต์และขั้นตอน build กับ deploy รายการ library และ license ที่ใช้ และสิทธิ์เข้าถึงบัญชีที่เกี่ยวข้องในชื่อหน่วยงาน การตรวจว่าส่งมอบครบจริงทำได้ด้วยการให้ทีมอื่น build และ deploy ใหม่จากของที่ส่งมอบ ดูรายการตรวจได้ที่ Checklist การรับมอบระบบจาก vendor สำหรับการอบรม ให้เขียนเป็นผลลัพธ์ เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบสามารถเพิ่มผู้ใช้ ตั้งค่าสิทธิ์ และกู้คืนข้อมูลจาก backup ได้เอง

PDPA และข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล

ระบบภาครัฐจำนวนมากเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ตามคู่มือ PDPA สำหรับประชาชนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลคือบุคคลหรือนิติบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล ผู้รับจ้างที่พัฒนาหรือดูแลระบบให้หน่วยงานจึงมักอยู่ในบทบาทนี้ ตัวอย่างหนึ่งคือ ร่างข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล PDPA-DPA-6601 ที่ระบุสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นผู้ใช้บริการ (เผยแพร่บนเว็บไซต์ bde.go.th) ร่างนี้อ้าง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 วรรคสาม ให้หน่วยงานเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและผู้รับจ้างเป็นผู้ประมวลผล กำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และให้แจ้งหน่วยงานภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อทราบเหตุละเมิด ตัวเลข 24 ชั่วโมงเป็นเงื่อนไขของร่างข้อตกลงนี้ ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย ส่วนนี้เป็นการสรุปเพื่อวางแผน ควรให้ฝ่ายกฎหมายหรือ DPO ของหน่วยงานตรวจสอบ

ความปลอดภัยและมาตรฐานภาครัฐที่อ้างอิงได้

เขียนข้อกำหนดด้านความปลอดภัยให้ตรวจได้ เช่น อ้าง OWASP Application Security Verification Standard (ASVS) เป็นเกณฑ์ทดสอบเว็บแอปพลิเคชัน กำหนดให้ทดสอบช่องโหว่ก่อนเปิดใช้และแก้ไขก่อนตรวจรับ และระบุว่าต้องเก็บ log การเข้าถึงอะไรบ้าง นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานของภาครัฐที่ TOR อ้างอิงได้

  • มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัล ที่ standard.dga.or.th มาตรฐาน มรด. ออกโดยคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และ มสพร. ออกโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) ฉบับที่เกี่ยวกับงานซอฟต์แวร์ เช่น มสพร. 11-2566 มาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ เวอร์ชัน 3.0 มสพร. 16-2569 มาตรฐานบริการดิจิทัลภาครัฐ เวอร์ชัน 1.0 และ มสพร. 17-2569 เกณฑ์การประเมินของมาตรฐานนี้ มสพร. 14-2567 แนวทางการทำข้อมูลนิรนาม และ มรด. 6:2566 กรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ
  • ถ้างานมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รวมอยู่ด้วย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเผยแพร่ เกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐานการจัดหาอุปกรณ์และระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับล่าสุดคือฉบับเดือนตุลาคม 2569 (14/10/2569) คุณลักษณะในเกณฑ์นี้เป็นคุณลักษณะขั้นต่ำ
  • การจ้างช่วง ถ้าคาดว่าบางส่วนของงาน เช่น การทดสอบเฉพาะทาง อาจใช้ผู้รับจ้างช่วง ให้คำนึงถึงมาตรา 95 ที่ห้ามจ้างช่วงเว้นแต่หน่วยงานอนุญาตเป็นบางส่วน และการจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตมีค่าปรับไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของวงเงินที่จ้างช่วง

ที่ตั้งข้อมูลและสภาพแวดล้อมที่ระบบจะทำงาน

ระบุว่าระบบจะรันที่ใด เช่น ศูนย์ข้อมูลของหน่วยงาน คลาวด์ที่หน่วยงานจัดหาเอง หรือระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ซึ่งตาม ข่าวของ NT (14 มีนาคม 2566) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) มอบหมายให้ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ดำเนินการ ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับข้อมูลดิจิทัลภาครัฐ และหน่วยงานรัฐขอใช้บริการผ่านระบบ SRS ของ สดช. เงื่อนไขการใช้บริการให้ตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรง สิ่งที่ TOR ควรระบุคือ ใครจัดหาและจ่ายค่าโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลเก็บไว้ที่ใด และเมื่อจบสัญญาจะย้ายระบบและข้อมูลออกได้อย่างไร

ระยะรับประกันกับ MA ต่างกันอย่างไร และควรวางงบปีถัดไปอย่างไร?

ระยะรับประกันคือช่วงที่ผู้รับจ้างต้องแก้ไขความชำรุดบกพร่องของงานตามสัญญา ส่วน MA คืองานดูแลระบบที่ทำต่อเนื่อง เช่น อัปเดตความปลอดภัย ปรับระบบเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน และรับแจ้งปัญหาการใช้งาน ซึ่งไม่ใช่ความชำรุดบกพร่องเสมอไป สองเรื่องนี้จึงควรแยกกันใน TOR และในแผนงบประมาณ

ระเบียบฯ ข้อ 184 และ 185 แสดงกลไกฝั่งรับประกันไว้ คือผู้ครอบครองพัสดุตรวจสอบความชำรุดบกพร่องภายในระยะรับประกัน และเมื่อพบก็รายงานเพื่อแจ้งผู้รับจ้างแก้ไขทันที แต่เมื่อพ้นระยะรับประกัน งานดูแลระบบจะจัดหาด้วยวิธีใดและใช้งบส่วนใด ขึ้นกับ TOR สัญญา และแผนงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน บทความนี้ไม่ได้ระบุวิธีจัดหา ให้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงานหรือกรมบัญชีกลาง

สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่ตอนเขียน TOR คือประมาณการรายการค่าใช้จ่ายของปีถัดไป เพื่อให้คำของบประมาณของปีที่ระยะรับประกันจะสิ้นสุดมีรายการเหล่านี้อยู่แล้ว

รายการที่ต้องประมาณการตัวอย่างสิ่งที่รวมอยู่ข้อมูลที่ต้องได้จาก TOR หรือข้อเสนอ
ดูแลและแก้ไขระบบรับแจ้งและแก้ปัญหา อัปเดตความปลอดภัย ปรับระบบตามระบบปฏิบัติการหรือ library ที่หมดอายุเทคโนโลยีที่ใช้และรอบอายุของแต่ละส่วนประกอบ
โครงสร้างพื้นฐานค่าคลาวด์หรือเครื่องแม่ข่าย ค่าพื้นที่จัดเก็บ ค่า backupขนาดระบบที่ออกแบบและสถานที่ที่ระบบจะรัน
License และบริการภายนอกซอฟต์แวร์ที่ต้องต่ออายุรายปี บริการส่ง SMS หรืออีเมล ใบรับรองรายการ license และบริการที่ระบบพึ่งพา
ทดสอบความปลอดภัยซ้ำทดสอบช่องโหว่เป็นระยะ เช่น รายปี และหลังมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญขอบเขตและเกณฑ์ทดสอบที่ใช้ตอนตรวจรับ
งานปรับปรุงตามความต้องการใหม่ฟีเจอร์ใหม่ การปรับตามระเบียบที่เปลี่ยนช่องทางและขั้นตอนเสนองานเปลี่ยนแปลง

วิธีเขียนขอบเขต MA ระดับความรุนแรง และ SLA อ่านต่อได้ที่ Checklist สัญญา MA และ SLA

ตัวอย่างสมมติ: หน่วยงานวางแผนจ้างพัฒนาระบบบริหารเรื่องร้องเรียนภายในอย่างไร?

ตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายลำดับการคิด ตัวเลขวงเงินและระยะรับประกันเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่โครงการจริง ไม่ใช่ราคาตลาด และไม่ใช่ราคาเสนอของ UNIXDEV ตัวอย่างนี้แสดงลำดับขั้นตอนการจัดหา ส่วนตัวอย่างที่เน้นสาเหตุที่โครงการไม่สำเร็จอยู่ในบทความ ทำไมโครงการ IT ภาครัฐจึงล้มเหลว

หน่วยงานสมมติแห่งหนึ่งได้รับความเห็นชอบวงเงิน 3.2 ล้านบาท สำหรับพัฒนาระบบบริหารเรื่องร้องเรียนที่เจ้าหน้าที่ใช้รับเรื่อง มอบหมายผู้รับผิดชอบ และติดตามผล ระบบต้องเชื่อมกับระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ที่หน่วยงานใช้อยู่ และเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน

  • เลือกวิธี: ไม่มีเหตุตามมาตรา 56 ที่ต้องใช้วิธีอื่น จึงใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป และเนื่องจากงานพัฒนาตามความต้องการเฉพาะไม่มีรายการใน e-catalog และวงเงินเกิน 500,000 บาท จึงเข้าข่าย e-bidding ตามระเบียบฯ ข้อ 31 ฝ่ายพัสดุยืนยันการตีความนี้ก่อนเริ่ม
  • ประกาศแผน: โครงการอยู่ในแผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปีที่ประกาศในระบบของกรมบัญชีกลางแล้ว
  • TOR และรายงานขอจ้าง: แบ่งงวดงานตามกระบวนการ คือ รับเรื่อง มอบหมาย และติดตามผล แต่ละงวดมีเกณฑ์ตรวจรับ ระบุการส่งมอบ source code และเอกสาร แนบร่างข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล กำหนดเกณฑ์ทดสอบความปลอดภัย และระบุให้ระบบรันบนโครงสร้างพื้นฐานที่หน่วยงานจัดหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ทำรายงานขอจ้างเสนอพร้อมร่าง TOR ต่อหัวหน้าหน่วยงาน
  • รับฟังความคิดเห็น: วงเงินอยู่ในช่วงเกิน 500,000 ถึง 5,000,000 บาท การรับฟังความคิดเห็นจึงอยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงาน หัวหน้าหน่วยงานเลือกให้เผยแพร่ร่าง TOR ไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ เพราะต้องการรู้ว่าข้อกำหนดการเชื่อมกับระบบสารบรรณเดิมเขียนชัดพอให้ผู้ยื่นประเมินราคาได้หรือไม่
  • รับประกันกับ MA: สัญญาสมมติกำหนดระยะรับประกัน 1 ปี หน่วยงานจึงใส่รายการดูแลระบบ ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่าทดสอบความปลอดภัยไว้ในคำของบประมาณของปีที่ระยะรับประกันจะสิ้นสุด โดยใช้ข้อมูลเทคโนโลยีและ license จากข้อเสนอของผู้ชนะประกอบการประมาณการ

สิ่งที่ตัวอย่างนี้ต้องการแสดงไม่ใช่ตัวเลข แต่คือการตัดสินใจแต่ละข้ออ้างอิงตัวบทได้ และงบของปีถัดไปถูกวางไว้ก่อนที่ระยะรับประกันจะสิ้นสุด

ผู้รับจ้างต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP อย่างไร?

ผู้ประกอบการต้องลงทะเบียนเป็นผู้ค้ากับภาครัฐผ่านเว็บไซต์ gprocurement.go.th ตามขั้นตอนที่ ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (info.go.th) เผยแพร่ไว้ ผู้ค้าลงทะเบียนออนไลน์ พิมพ์แบบแจ้งการลงทะเบียน ลงนาม แล้วส่งทางอีเมลไปยังกรมบัญชีกลาง (กรุงเทพฯ) หรือสำนักงานคลังจังหวัดภายใน 15 วัน หากไม่ส่งแบบแจ้งหรือไม่ได้รับอนุมัติภายใน 15 วัน ระบบจะยกเลิกการลงทะเบียน ระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อแนบเอกสารนิติบุคคลบางรายการให้อัตโนมัติ ผู้ค้าบางประเภทยังต้องแนบเอกสารเอง และไม่มีค่าธรรมเนียม เมื่อหน่วยงานส่งหนังสือเชิญชวนผ่าน e-GP ผู้ได้รับเชิญต้องเข้าสู่ระบบ e-GP เพื่อยื่นข้อเสนอ

UNIXDEV ลงทะเบียนในระบบ e-GP เรียบร้อยแล้ว รายละเอียดการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐดูได้ที่ บริการสำหรับภาครัฐและหน่วยงานสาธารณะ

วางแผนให้อ้างอิงตัวบทได้ และเขียน TOR ที่ตรวจรับได้

โครงการ IT ภาครัฐที่ราบรื่นมักเริ่มจากสามเรื่อง คือ เลือกวิธีจัดหาที่มีเหตุผลรองรับ เขียน TOR ที่คณะกรรมการตรวจรับใช้ตัดสินได้ และวางงบดูแลระบบก่อนระยะรับประกันจะสิ้นสุด UNIXDEV ได้รับการรับรอง ISO 9001:2015, ISO/IEC 29110-4-1:2018 และ ISO/IEC 27001:2022 ทีมของเราช่วยหน่วยงานไล่ขอบเขต สมมติฐาน และเกณฑ์ตรวจรับของงานพัฒนาระบบได้ ส่วนหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้กับงานจริง ให้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงานหรือกรมบัญชีกลาง

แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ

บทความโดย UNIXDEV Team · 23 ตุลาคม 2026 · สรุปเพื่อประกอบการวางแผน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

หน่วยงานรัฐจัดจ้างพัฒนาระบบ IT ได้ด้วยวิธีใดบ้าง?

พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 55 กำหนดไว้สามวิธี คือ วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง และมาตรา 56 ให้เลือกวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อน เว้นแต่เข้ากรณีที่กฎหมายเปิดให้ใช้วิธีอื่น งานพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการเฉพาะที่ไม่มีใน e-catalog และวงเงินเกิน 500,000 บาท มักเข้าข่าย e-bidding ตามระเบียบฯ ข้อ 31 หลักเกณฑ์ที่ใช้กับงานจริงต้องยืนยันกับเจ้าหน้าที่พัสดุหรือกรมบัญชีกลาง

หนังสือเวียน ว 714 เปลี่ยนการยื่นข้อเสนอผ่าน e-GP อย่างไร?

ตามรายงานข่าวการแถลงของอธิบดีกรมบัญชีกลาง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 วิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจงต้องทำผ่าน e-GP ตั้งแต่หนังสือเชิญชวน การยื่นและเปิดซอง จนถึงการคัดเลือกผู้ชนะ โดยมีข้อยกเว้น เช่น การจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท พัสดุที่ใช้ในราชการลับ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องซื้อเฉพาะแห่ง งานจ้างที่ปรึกษา งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง และกรณีอื่นตามแนวทางปฏิบัติ คู่มือแนบท้าย ว 714 กำหนดให้ยื่นข้อเสนอได้ครั้งเดียวภายในช่วงเวลาที่หน่วยงานกำหนด โดยถือเวลาของระบบ e-GP และให้หน่วยงานกำหนดให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคแยกได้เมื่อข้อเสนออาจไม่อยู่บนฐานเดียวกัน ควรตรวจกับหนังสือเวียนฉบับเต็มของกรมบัญชีกลางก่อนใช้งาน

ต้องรับฟังความคิดเห็นร่าง TOR งาน e-bidding หรือไม่?

ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 45 ถึง 47 วงเงินเกิน 500,000 ถึง 5,000,000 บาท การรับฟังความคิดเห็นอยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงาน ส่วนวงเงินเกิน 5,000,000 บาทต้องเผยแพร่ร่างเพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยเผยแพร่ในระบบของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ระเบียบอาจมีการแก้ไขภายหลัง ควรตรวจข้อความฉบับปัจจุบันและยืนยันกับเจ้าหน้าที่พัสดุ

TOR งานพัฒนาซอฟต์แวร์ภาครัฐควรมีหัวข้ออะไรบ้าง?

เราแนะนำเก้าหัวข้อที่ตรวจได้ คือ ขอบเขตงาน เกณฑ์ตรวจรับและ UAT กรรมสิทธิ์ source code และทรัพย์สินทางปัญญา เอกสาร การอบรม ระยะรับประกันแยกจากงานดูแลระบบ PDPA และข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล ความปลอดภัย และที่ตั้งข้อมูลกับสภาพแวดล้อมที่ระบบจะทำงาน เป็นหัวข้อที่เราแนะนำ เพราะคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตามมาตรา 100 ต้องมีเกณฑ์ที่ชัดเจนในการตรวจรับ เช็กลิสต์นี้ไม่ใช่แบบฟอร์มทางการ

ระยะรับประกันกับ MA ต่างกันอย่างไร?

ระยะรับประกันคือช่วงที่ผู้รับจ้างต้องแก้ไขความชำรุดบกพร่องของงานตามสัญญา ส่วน MA คืองานดูแลต่อเนื่อง เช่น อัปเดตความปลอดภัย ปรับระบบเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และ license วิธีจัดหางานดูแลหลังพ้นระยะรับประกันขึ้นกับ TOR สัญญา และแผนงบของหน่วยงาน สิ่งที่ทำได้คือประมาณการรายการเหล่านี้ตั้งแต่ตอนเขียน TOR และใส่ไว้ในคำของบประมาณของปีที่ระยะรับประกันจะสิ้นสุด

ผู้รับจ้างลงทะเบียนในระบบ e-GP อย่างไร?

ผู้ค้าลงทะเบียนออนไลน์ที่ gprocurement.go.th พิมพ์แบบแจ้งการลงทะเบียน ลงนาม และส่งทางอีเมลไปยังกรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัดภายใน 15 วัน หากไม่ส่งแบบแจ้งหรือไม่ได้รับอนุมัติภายใน 15 วัน ระบบจะยกเลิกการลงทะเบียน ระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อแนบเอกสารนิติบุคคลบางรายการให้อัตโนมัติ และไม่มีค่าธรรมเนียม